คำนวณค่าธรรมเนียมโอนบ้าน 2569: ค่าโอน ค่าจดจำนอง ภาษีที่ต้องรู้ก่อนวันโอน
ใครที่กำลังซื้อบ้านหรือคอนโดมักโฟกัสที่ราคาซื้อขายกับยอดกู้เป็นหลัก แต่ค่าใช้จ่ายในวันโอนจริงมีหลายรายการ และแต่ละรายการใช้ฐานคำนวณไม่เหมือนกัน ถ้าประเมินไม่ครบ งบวันโอนอาจบานจากที่เตรียมไว้หลักหมื่นหรือหลักแสนบาทได้ทันที บทความนี้สรุปวิธีคิด ค่าธรรมเนียมโอนบ้าน 2569 แบบใช้งานจริง โดยอิงเกณฑ์กรมที่ดินและประกาศภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
คุณจะได้เห็นสูตรคำนวณแบบสั้นที่ใช้เช็กตัวเลขได้ทันที ตัวอย่างคำนวณเป็นเงินบาท และรายการจุดพลาดที่คนซื้อ-ขายบ้านพบบ่อย เพื่อวางแผนเงินสดวันโอนได้แม่นขึ้น โดยเฉพาะธุรกรรมที่ต้องพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขมาตรการลดค่าธรรมเนียม 0.01% หรือไม่
คำนวณค่าใช้จ่ายวันโอนจากตัวเลขจริงของคุณทันที
Try the calculator with your own numbers
ใส่ราคาซื้อขาย ราคาประเมิน และวงเงินจำนอง เพื่อดูค่าโอน ค่าจำนอง และภาษีแยกรายการ
Fill a few fields and see results instantly.
ไปที่เครื่องคำนวณค่าธรรมเนียมโอนบ้าน Open calculatorค่าธรรมเนียมโอนบ้านมีอะไรบ้าง
ในภาคปฏิบัติ คำว่า “ค่าโอนบ้าน” มักไม่ได้หมายถึงแค่ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนอย่างเดียว แต่เป็นชุดค่าใช้จ่ายหลายก้อนที่เกิดวันเดียวกัน ได้แก่
- ค่าจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์
- ค่าจดทะเบียนจำนอง (ถ้ามีการกู้และจดจำนอง)
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ (กรณีเข้าเกณฑ์)
- อากรแสตมป์ (กรณีไม่เข้าเกณฑ์ภาษีธุรกิจเฉพาะ)
- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย
ดังนั้นคำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “ค่าโอนกี่เปอร์เซ็นต์” แต่คือ “ธุรกรรมนี้เข้าเงื่อนไขภาษีและค่าธรรมเนียมข้อใดบ้าง” เพราะตัวเลขจริงเปลี่ยนได้มากตามสถานะผู้ขาย ราคาประเมิน วงเงินจำนอง และช่วงเวลาที่จดทะเบียน
อัตรามาตรฐานที่ควรรู้ (ก่อนดูมาตรการ 0.01%)
จากคู่มือประชาชนของกรมที่ดิน อัตราหลักที่ใช้วางแผนเบื้องต้นมีดังนี้
- ค่าจดทะเบียนโอน: 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์
- ค่าจดทะเบียนจำนอง: 1% ของวงเงินจำนอง (สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท)
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ: 3.3% ของฐานราคาที่สูงกว่า (ราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน)
- อากรแสตมป์: 1 บาทต่อทุก 200 บาท (เทียบเท่า 0.5%) และไม่เสียซ้ำเมื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
- ภาษีหัก ณ ที่จ่ายผู้ขายนิติบุคคล: 1% ของฐานราคาที่สูงกว่า
ผู้ขายบุคคลธรรมดาจะมีวิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ละเอียดกว่า โดยขึ้นกับปีถือครองและหลักเกณฑ์หักค่าใช้จ่าย จึงควรยึดตัวเลขที่สำนักงานที่ดินคำนวณในเคสจริงเป็นหลัก
มาตรการลดค่าธรรมเนียม 0.01% (อัปเดตปี 2569)
เอกสารกระทรวงการคลัง ฉบับวันที่ 8 เมษายน 2568 ระบุว่า มีมาตรการลดค่าจดทะเบียนโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับธุรกรรมที่เข้าเงื่อนไขที่กำหนด
เงื่อนไขหลักที่ต้องเช็ก ได้แก่ ราคาซื้อขาย ราคาประเมินทุนทรัพย์ และวงเงินจำนองต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา รวมถึงจดโอนและจดจำนองในคราวเดียวกัน และผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
ข้อสำคัญ: มาตรการอ้างอิงนี้มีผลถึง 30 มิถุนายน 2569 เท่านั้น หากธุรกรรมของคุณเกิดหลังวันดังกล่าว ต้องตรวจประกาศล่าสุดก่อนทุกครั้ง
สูตรคำนวณที่ใช้บ่อยในวันโอน
1) ค่าจดทะเบียนโอน
ค่าจดทะเบียนโอน = ราคาประเมินทุนทรัพย์ x อัตราค่าโอน
อัตราค่าโอนคือ 2% (ปกติ) หรือ 0.01% (กรณีเข้าเงื่อนไขมาตรการ)
2) ค่าจดทะเบียนจำนอง
ค่าจดทะเบียนจำนอง = วงเงินจำนอง x อัตราค่าจดจำนอง
อัตราปกติ 1% และตามกฎมีเพดานสูงสุด 200,000 บาท
3) ภาษีธุรกิจเฉพาะ
ภาษีธุรกิจเฉพาะ = ฐานที่สูงกว่า(ราคาซื้อขาย, ราคาประเมิน) x 3.3%
4) อากรแสตมป์
อากรแสตมป์ = 1 บาท ต่อทุก 200 บาทของฐานภาษี และถ้าเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วให้ยกเว้นอากรแสตมป์
5) ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ผู้ขายนิติบุคคลนิยมใช้สูตรย่อ 1% x ฐานที่สูงกว่า ส่วนผู้ขายบุคคลธรรมดาต้องใช้หลักเกณฑ์เฉพาะเคส
ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น (เงินบาท)
กรณี A: เข้าเงื่อนไขมาตรการ 0.01%
สมมติข้อมูลดังนี้
- ราคาซื้อขาย 6,000,000 บาท
- ราคาประเมิน 5,800,000 บาท
- วงเงินจำนอง 4,500,000 บาท
- จดโอนและจดจำนองในคราวเดียวกัน และเข้าเงื่อนไขมาตรการครบ
- ค่าจดทะเบียนโอน = 5,800,000 x 0.01% = 580 บาท
- ค่าจดทะเบียนจำนอง = 4,500,000 x 0.01% = 450 บาท
รวมเฉพาะ 2 รายการหลัก = 1,030 บาท ซึ่งต่างจากอัตราปกติอย่างมาก (ถ้าคิดแบบปกติ ค่าโอนจากฐาน 5.8 ล้านบาทจะอยู่ที่ 116,000 บาท)
กรณี B: ไม่เข้าเงื่อนไขมาตรการ
สมมติข้อมูลดังนี้
- ราคาซื้อขาย 8,000,000 บาท
- ราคาประเมิน 7,600,000 บาท
- วงเงินจำนอง 5,000,000 บาท
- ค่าจดทะเบียนโอน = 7,600,000 x 2% = 152,000 บาท
- ค่าจดทะเบียนจำนอง = 5,000,000 x 1% = 50,000 บาท
รวม 2 รายการหลัก = 202,000 บาท
หากเคสเดียวกันต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเพิ่ม ให้ใช้ฐานที่สูงกว่า (8,000,000 บาท) แล้วคูณ 3.3% จะได้ 264,000 บาท ซึ่งทำให้ยอดรวมวันโอนเพิ่มขึ้นชัดเจนทันที
จุดพลาดที่คนซื้อบ้านพบบ่อย
- คิดค่าโอนจากราคาซื้อขายอย่างเดียว
หลายกรณีค่าโอนต้องอิงราคาประเมินทุนทรัพย์ จึงควรกรอกทั้งสองราคาและใช้ฐานที่ถูกต้อง - รู้แค่ว่า “ค่าโอน 2%” แต่ลืมค่าจดจำนองและภาษีอื่น
วันโอนจริงมีหลายบรรทัด โดยเฉพาะธุรกรรมที่ผู้ขายเข้าเกณฑ์ภาษีธุรกิจเฉพาะ - เข้าใจว่ามาตรการ 0.01% ใช้ได้ทุกเคส
มาตรการมีเงื่อนไขเรื่องผู้ซื้อ วงเงิน และการจดโอนพร้อมจดจำนองชัดเจน - ไม่เช็กวันสิ้นสุดมาตรการ
มาตรการอ้างอิงนี้ใช้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 หลังจากนั้นต้องเช็กประกาศรอบใหม่ - ไม่ตกลงล่วงหน้าว่าใครรับผิดชอบรายการไหน
แม้กฎหมายกำหนดวิธีคิดไว้ แต่การแบ่งจ่ายจริงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายต้องตกลงในสัญญา
วิธีใช้เครื่องคำนวณให้ใกล้เคียงวันโอนจริง
- กรอกราคาซื้อขายและราคาประเมินแยกกันทุกครั้ง
- ใส่วงเงินจำนองจริงที่จะจดทะเบียน
- เลือกสถานะภาษีธุรกิจเฉพาะให้ตรงเคส
- ถ้าผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา ให้กรอกภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามที่สำนักงานที่ดินประเมิน
- ทำอย่างน้อย 2 เวอร์ชัน: กรณีอนุรักษ์นิยม (ค่าใช้จ่ายสูง) และกรณีดีที่สุด
เช็กงบวันโอนก่อนนัดโอนจริง
Try the calculator with your own numbers
ลองคำนวณหลายสถานการณ์เพื่อกันงบขาดในวันทำธุรกรรม
Fill a few fields and see results instantly.
เปิดเครื่องคำนวณค่าธรรมเนียมโอนบ้าน Open calculatorเครื่องคำนวณที่เกี่ยวข้อง
- คำนวณผ่อนบ้าน สำหรับวางแผนค่างวดหลังรับโอน
- คำนวณผ่อนกู้ สำหรับเทียบภาระผ่อนจากวงเงินต่าง ๆ
- คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ใช้ต่อยอดแผนภาษีรายปี
บทความที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข้อมูลทางการ
- กรมที่ดิน: ค่าธรรมเนียม ภาษี และอากร https://www.dol.go.th/dol-services/public-service-manual/land-registration/fees-taxes-duties/
- กระทรวงการคลัง (ฉบับที่ 42/2568): มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย https://media.thaigov.go.th/uploads/document/275/2025/04/pdf/Doc_20250408141606000000.pdf
- กรมที่ดิน (หน่วยงานในสังกัด): ข่าวมาตรการลดค่าธรรมเนียม 0.01% https://www.dol.go.th/nakhonsithammarat/news-nst/press-release/news-1775105715/
สรุป
การคำนวณค่าธรรมเนียมโอนบ้านให้แม่นไม่ใช่แค่จำตัวเลข 2% หรือ 1% แต่ต้องแยกฐานคำนวณและเงื่อนไขของแต่ละรายการให้ชัด โดยเฉพาะการตรวจสิทธิใช้มาตรการ 0.01% ว่ายังอยู่ในกรอบเวลาและเงื่อนไขครบถ้วนหรือไม่ หากเตรียมตัวเลขล่วงหน้าพร้อมแผนสำรองอย่างน้อย 2 กรณี คุณจะควบคุมงบวันโอนได้ปลอดภัยและตัดความเสี่ยงเรื่องเงินสดขาดในวันนัดได้มากขึ้น